Verb to be เป็นคำกริยาพื้นฐานในภาษาอังกฤษ ใช้เพื่อบอกสถานะ ความเป็นอยู่ หรือบอกลักษณะของบุคคลและสิ่งต่าง ๆ ได้แก่ am, is และ are ซึ่งแต่ละคำจะใช้ตามประธานของประโยค เช่น I ใช้กับ am, He/She/It ใช้กับ is และ You/We/They ใช้กับ are การเข้าใจหน้าที่ของ Verb to be เป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างประโยคภาษาอังกฤษ
นักเรียนสามารถบอกได้ว่า Verb to be คือ am, is และ are
นักเรียนเข้าใจหน้าที่ของ Verb to be ว่าใช้บอกความเป็นอยู่หรือสถานะ
การใช้ Verb to be ต้องสอดคล้องกับประธานของประโยค หากใช้ไม่ถูกต้องจะทำให้ประโยคผิดหลักไวยากรณ์ เช่น I am a student. และ She is my friend. ดังนั้นผู้เรียนต้องฝึกสังเกตและเลือกใช้รูปกริยาให้เหมาะสมกับประธานเอกพจน์หรือพหูพจน์
นักเรียนสามารถเลือกใช้ am, is, are ได้ถูกต้องตามประธาน
นักเรียนสามารถจับคู่ประธานกับ Verb to be ได้อย่างถูกต้อง
ประโยคบอกเล่าที่ใช้ Verb to be มีโครงสร้างคือ Subject + Verb to be + ส่วนขยาย ใช้ในการแนะนำตนเอง บอกอาชีพ บอกลักษณะ หรือบอกสถานที่ เช่น We are happy. และ He is in the classroom. การฝึกสร้างประโยคบอกเล่าช่วยให้นักเรียนสามารถสื่อสารข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับตนเองและผู้อื่นได้
นักเรียนสามารถสร้างประโยคบอกเล่าโดยใช้ Verb to be ได้
นักเรียนสามารถสื่อสารข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับตนเองได้อย่างถูกต้อง
การทำประโยคปฏิเสธของ Verb to be ทำได้โดยเติม not หลังคำกริยา เช่น is not หรือ are not และสามารถใช้รูปย่อ isn’t และ aren’t ได้ในการสื่อสารทั่วไป เช่น She isn’t sad. และ They aren’t at home. การเรียนรู้ประโยคปฏิเสธช่วยให้นักเรียนสามารถปฏิเสธข้อมูลหรือแก้ไขความเข้าใจผิดได้
นักเรียนสามารถสร้างประโยคปฏิเสธโดยใช้ Verb to be ได้
นักเรียนสามารถใช้รูปย่อในสถานการณ์การสื่อสารง่าย ๆ ได้
การตั้งคำถามด้วย Verb to be ทำได้โดยนำ Verb to be ขึ้นต้นประโยค เช่น Are you ready? หรือ Is he your brother? และตอบคำถามด้วยรูปแบบสั้น เช่น Yes, I am. หรือ No, she isn’t. ทักษะการตั้งคำถามและตอบคำถามเป็นพื้นฐานสำคัญในการสนทนาในชีวิตประจำวัน
นักเรียนสามารถตั้งคำถามด้วย Verb to be ได้
นักเรียนสามารถตอบคำถามแบบสั้นได้อย่างถูกต้องและมั่นใจ